รวมมิตรกฎหมาย

อิสระแห่งความคิด ติดอาวุธทางปัญญา รักษาความเป็นธรรม

Ruammitra Law

" รวมมิตรกฎหมาย" ได้จัดทำ "หนังสือทำมือ" ขนาดพ๊อกเก็ตบุ๊ก 2 เล่ม คือ
"สาระกฎหมายน่ารู้"
และ "เล่าสู่กันฟัง"

เป็นหนังสือที่มีคุณค่าเหมาะแก่การเรียนรู้ด้วยตนเอง เก็บสะสม
หรือนำไปมอบเป็นของขวัญแก่บุคคลใดๆ ในวาระสำคัญต่างๆ ได้เป็นอย่างด
 (รายละเอียดการสั่งซื้อ)

สาระกฎหมายใกล้ตัว
 

สคบ. กับ สัญญาเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์

สัญญากู้ยืมเงินที่เป็นสัญญาสำเร็จรูปที่ธนาคารทำขึ้นฝ่ายเดียวนั้น จะมีข้อสัญญาที่เอาเปรียบและไม่เป็นธรรมต่อผู้กู้หลายประการ เช่น ยอมให้ธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นโดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ทราบล่วงหน้า หรือให้ธนาคารมีสิทธิเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวไปยังผู้กู้ ฯลฯ

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคของสถาบันการเงินเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ 2544 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ 2544 เป็นต้นไป สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

กิจกรรมที่ควบคุม ผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครองตามประกาศฉบับนี้ต้องไม่ใช่นิติบุคคล และได้กู้ยืมเงินจากเป็นธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจให้กู้ยืมเงิน และกู้ยืมเงินไปใช้สอยตามวัตถุประสงค์ของผู้บริโภค ซึ่งมิใช่เป็นการนำไปใช้ในการประกอบกิจการเพื่อหารายได้ เช่น กู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อนำเงินที่กู้ยืมไปซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งเป็นการนำไปใช้สอยตามวัตถุประสงค์ของผู้บริโภค มิใช่เป็นการนำไปใช้ในการประกอบกิจการเพื่อหารายได้ ดังนี้ ผู้ให้กู้ต้องใช้สัญญากู้ยืมเงินที่ข้อความถูกต้องตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนดด้วย

ข้อกำหนดและรูปแบบสัญญาต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่อ่านได้ชัดเจน มีขนาดของตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องใช้ข้อสัญญาที่มีสาระสำคัญและเงื่อนไขตามที่ประกาศฉบับนี้กำหนด

การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ ข้อสัญญาที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยใดๆที่เพิ่มขึ้น (ไม่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย MLR ,MOR ,MRR ) กรณีปกติ ต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบเป็นหนังสือล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน กรณีเร่งด่วน ต้องแจ้งทางจดหมายหรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และให้แจ้งเป็นหนังสือซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

การจำกัดความรับผิด

1.ห้ามใช้ข้อสัญญาที่เป็นการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดจากการผิดสัญญาของผู้ให้กู้

2.ห้ามใช้ข้อสัญญาที่ให้สิทธิผู้ให้กู้บอกเลิกสัญญากับผู้กู้ หรือเรียกร้องให้ผู้กู้ชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนกำหนดเวลาในสัญญากู้ โดยผู้กู้มิได้ผิดนัดชำระหนี้หรือผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขอันเป็นสาระสำคัญข้อใดข้อหนึ่งในสัญญา

3.ห้ามใช้สัญญาที่ให้สิทธิผู้ให้กู้เลิกสัญญากับผู้กู้โดยไม่ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้กู้

4.ห้ามใช้ข้อสัญญาที่ให้สิทธิผู้ให้กู้เปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการต่างๆ เกี่ยวกับสัญญา เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยใดๆเพิ่มขึ้น

สิทธิบอกเลิกสัญญาของผู้ให้กู้ การผิดสัญญาของผู้กู้ที่ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ต้องเป็นเหตุที่ระบุในสัญญาเป็นการเฉพาะด้วยตัวอักษรสีแดง หรือสีดำ หรือตัวเอน ที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความอื่น และก่อนที่ผู้ให้กู้จะบอกเลิกสัญญา ผู้ให้กู้ต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้กู้ให้แก้ไขการผิดสัญญาหรือการผิดเงื่อนไข โดยกำหนดระยะเวลาอันสมควร

การจำหน่ายสิทธิ ,การโอนสิทธิเรียกร้อง ,สิทธิจำนำ ,สิทธิจำนอง ,สิทธิในหลักประกัน ผู้ให้กู้จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 งวดของการชำระเงินกู้ ,ดอกเบี้ย ,งวดของการคิดดอกเบี้ย หรือต้องได้รับความยินยอมจากผู้กู้ เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดว่าไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือได้รับความยินยอม

เงินที่ได้รับตามกรมธรรม์ประกันภัย ,กรมธรรม์ประกันชีวิต กรณีที่กำหนดให้ผู้กู้ต้องทำสัญญาประกันและกำหนดให้ผู้ให้กู้เป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ เมื่อผู้ให้กู้ได้รับเงินตามกรมธรรม์แล้ว จะต้องนำเงินที่ได้รับไปใช้เพื่อการซ่อมแซมทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันก่อน หรือต้องนำเงินที่ได้รับไปจัดหาทรัพย์สินอื่นทดแทนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน หรือต้องนำเงินที่ได้รับไปหักหนี้ที่ค้าชำระของผู้กู้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น และเงินส่วนที่คงเหลือต้องคืนให้แก่ผู้กู้

การคิดเบี้ยปรับ และค่าธรรมเนียม เมื่อผู้กู้ชำระหนี้เงินกู้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนครบกำหนดในสัญญา ผู้ให้กู้จะคิดเบี้ยปรับได้จะต้องมีการกำหนดไว้ให้ชัดเจนในสัญญาว่าจะคิดค่าเบี้ยปรับ ,ค่าธรรมเนียมในอัตราเท่าใดจากเงินจำนวนใด

คำเตือนสำหรับผู้ค้ำประกัน สัญญากู้ยืมเงินที่กำหนดให้ผู้กู้จัดหาผู้ค้ำประกันการกู้ยืมเงิน ให้ผู้ให้กู้จัดให้มีการทำสัญญาค้ำประกันซึ่งมีคำเตือนสำหรับผู้ค้ำประกันไว้หน้าสัญญาค้ำประกันนั้น โดยมีข้อความเป็นภาษาไทยที่ชัดเจน และต้องมีหัวข้อเรื่อง "คำเตือนสำหรับผู้ค้ำประกัน" ตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่า 4 มิลลิเมตร และอย่างน้อยต้องมีข้อความขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่า 2 มิลลิเมตร ว่า

1.ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดอย่างจำกัดไม่เกินวงเงินตามที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงิน
2.จะต้องรับผิดต่อผู้ให้กู้ภายในวงเงินที่ผู้กู้ค้างชำระแก่ผู้ให้กู้ตามสัญญากู้ยืมเงิน และอาจต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยหรือค่าสินไหมทดแทนอื่นๆอีกด้วย
3.จะต้องรับผิดในวงเงินกู้ตามสัญญากู้ยืมเงินและเงินกู้เพิ่มเติมที่จะมีขึ้นต่อไป
4.ต้องรับผิดร่วมกับผู้กู้
5.เมื่อผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกร้อง และบังคับให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ทั้งหมดที่ผู้กู้ค้างชำระ โดยผู้ให้ กู้ไม่จำต้องเรียกร้องหรือบังคับเอาจากผู้กู้ก่อน
6.เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่จำกัดเวลาที่ผู้ค้ำฯ ไม่สามารถยกเลิกเพิกถอนได้
7.ไม่หลุดพ้นจากความรับผิด แม้ผู้ให้กู้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ผู้กู้

การส่งมอบสำเนา/คู่ฉบับสัญญา ผู้ให้กู้ต้องส่งมอบสำเนาสัญญากู้ยืม / คู่ฉบับสัญญา ให้แก่ผู้กู้ไว้เป็นหลักฐาน 1 ฉบับ ทันทีที่ผู้กู้ลงนามในสัญญากู้ยืมเงิน

อนึ่ง หากผู้ให้กู้ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศฉบับนี้ ต้องมีความผิดตามที่กฎหมายกำหนด และกฎหมายยังได้กำหนดมาตรการอีกว่า

1. เมื่อคณะกรรมการกำหนดให้ใช้ข้อสัญญาใด ถ้าปรากฏว่าไม่ใช้ข้อสัญญานั้น ดังนี้ ให้ถือว่าใช้ข้อสัญญาดังกล่าวแล้ว
2. เมื่อคณะกรรมการประกาศกำหนดไม่ให้ใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ถ้าปรากฏว่ามีการใช้ข้อสัญญานั้น ดังนี้ ห้ถือว่าไม่มีข้อสัญญานั้น

นับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ 2544 เป็นต้นไป ท่านจะต้องตรวจสอบข้อความในสัญญาที่จะทำว่ามีข้อความตามประกาศครบถ้วนหรือไม่ หากพบว่าไม่เป็นไปตามประกาศให้ทักท้วงและแจ้งข้อมูลให้ สคบ.ทราบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบธุรกิจต่อไป

เรียบเรียงโดย คุณพิทยา ลำยอง

กลับหน้าหลัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์

หากต้องการคัดลอกบทความ กรุณาติดต่อ Ruammitra@Yahoo.com

: Webmaster :



Free web hostingWeb hosting