รวมมิตรกฎหมาย

อิสระแห่งความคิด ติดอาวุธทางปัญญา รักษาความเป็นธรรม

Ruammitra Law

" รวมมิตรกฎหมาย" ได้จัดทำ "หนังสือทำมือ" ขนาดพ๊อกเก็ตบุ๊ก 2 เล่ม คือ
"สาระกฎหมายน่ารู้"
และ "เล่าสู่กันฟัง"

เป็นหนังสือที่มีคุณค่าเหมาะแก่การเรียนรู้ด้วยตนเอง เก็บสะสม
หรือนำไปมอบเป็นของขวัญแก่บุคคลใดๆ ในวาระสำคัญต่างๆ ได้เป็นอย่างด
 (รายละเอียดการสั่งซื้อ)

สาระกฎหมายใกล้ตัว
 

บุตรนอกกฎหมายกับการรับมรดก

ตอนที่แล้วผมได้เขียนเรื่อง "การจดทะเบียนรับรองบุตร" ไว้ ปรากฎว่ามีผู้อ่านหลายคนได้ถามไถ่กันมาว่า การรับรองบุตรหมายความว่าอย่างไร ทำไมจึงต้องมีการจดทะเบียนรับรองบุตรด้วย และเมื่อจดทะเบียนรับรองบุตรไปแล้ว บุตรนั้นจะมีสิทธิตามกฎหมายอย่างไรบ้าง ผมจึงจำเป็นต้องเขียนเรื่องนี้เพิ่มเติมขึ้นอีกตอนหนึ่ง

บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ซึ่งอาจเกิดจากบิดามารดาแต่งงานกัน อยู่กินกันเองโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือบุตรที่เกิดจากหญิงอื่นในขณะที่บิดาจดทะเบียนสมรสกับภรรยาตามกฎหมายอยู่แล้ว บุตรที่เกิดมาในลักษณะดังกล่าวเรียกว่า "บุตรนอกกฎหมายหรือบุตรนอกสมรส" แล้วแต่จะเรียก

ส่วนการที่บุตรนอกกฎหมายหรือบุตรนอกสมรส จะกลายเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฏหมายของบิดา ผมได้เขียนไว้ในตอนที่แล้วในหัวข้อ " การจดทะเบียนรับรองบุตร" ว่าสามารถทำได้ 3 วิธีคือ

1. บิดามารดาได้จดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง หรือ
2.บิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร โดยมารดาของบุตรและตัวบุตรต้องให้ความยินยอมเป็นหนังสือทั้งสองคน หรือ
3. มีคำพิพากษาของศาลว่าเป็นบุตร ในกรณีมารดาหรือบุตรไม่ให้ความยินยอมหรือไม่อาจให้ความยินยอมได้

วิธีนี้ศาลจะพิจารณาจากพฤติกรรมต่างๆ ของบิดา เช่น บิดาบอกกล่าวคนทั่วไปว่าเด็กเป็นบุตร ให้ใช้นามสกุลของบิดา บิดาอยู่ร่วมบ้านเดียวกับมารดา ไปรับส่งที่โรงเรียน ให้การอุปการะเลี้ยงดู ฯลฯ และเด็กจะมีสิทธิเท่ากับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไป

ดังนั้นเมื่อบุตรนอกกฎหมาย หรือบุตรนอกสมรสได้เปลี่ยนสถานะมาเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาแล้ว ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายในการที่จะได้รับมรดกของบิดาเช่นเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายอื่นๆ สิ่งที่เคยเป็นปัญหาสำหรับกรณีของบุตรนอกกฏหมายที่บิดาได้รับรองแล้วคือ สิทธิในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมายหรือบุตรนอกสมรสนั้น จำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องให้ศาลมีคำพิพากษาว่า เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาเสียก่อนจึงจะมีสิทธิรับมรดกของบิดาได้ ซึ่งเดิมคำพิพาษาฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในแนวทางที่ต้องให้ศาลมีคำพิพากษาว่า เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายเสียก่อนจึงจะรับมรดกของบิดาได้

แต่ปัจจุบันนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานว่า" เฉพาะในเรื่องสิทธิในการรับมรดก ไม่จำเป็นต้องให้ศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาก่อน เพียงแต่มีพฤติการว่าบิดาเคยให้การรับรองว่าเด็กเป็นบุตรของตนไว้อย่างไร บุตรนอกกฎหมายหรือบุตรนอกสมรสนั้นก็ถือว่าเป็นทายาทที่มีสิทธิรับมรดกของบิดาได้"

ส่วนการที่บุตรจะได้รับมรดกของบิดาในสัดส่วนหรือวิธีการอย่างไร ย่อมเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายเรื่อง การแบ่งปันทรัพย์มรดก ซึ่งผมจะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไป

เรียบเรียงโดย คุณพิทยา ลำยอง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

กลับหน้าหลัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์

หากต้องการคัดลอกบทความ กรุณาติดต่อ Ruammitra@Yahoo.com

: Webmaster :



Free web hostingWeb hosting