การจดทะเบียนรับรองบุตร
กฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า เด็กที่เกิดจากมารดาและบิดาที่มิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย
ให้ถือว่าเด็กคนนั้นเป็นบุตรโดยชอบตามกฎหมายของมารดาเสมอ แต่เด็กจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาด้วยหรือไม่นั้น
แม้ว่ากฎหมายได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่า
เด็กที่เกิดจากมารดาขณะที่อยู่กินกับชายผู้เป็นบิดา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กคนนั้นเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายชายด้วย
แต่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ยังจะต้องพิจารณาเงื่อนไขของกฎหมายหรือต้องดูข้อเท็จจริงอีกหลายประการ
การที่เด็กที่เกิดจากบิดารมารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย
จะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาได้ต่อเมื่อ
1.บิดามารดาได้จดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง
กรณีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดถ้าบิดาและมารดาของเด็กสมัครใจจดทะเบียนสมรสกันภายหลัง
2.บิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร ซึ่งการจดทะเบียนรับรองบุตรปฏิบัติได้
3 วิธี คือ
2.1 การจดทะเบียนรับรองบุตรในสำนักทะเบียน
2.2 การจดทะเบียนรับรองบุตรนอกสำนักทะเบียน
2.3 การจดทะเบียนรับรองบุตรนอกสำนักทะเบียนในท้องที่ห่างไกล
ขั้นตอนในการจดทะเบียน คือ
บิดาต้องยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับรองบุตรต่อนายทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ
กิ่งอำเภอ หรือสำนักทะเบียนเขต พร้อมทั้งแนบเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียน
เช่น บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือแสดงความยินยอมของบุตร
และหนังสือแสดงความยินยอมของมารดาของบุตรก่อนรับจดทะเบียน นายทะเบียนจะทำการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงจากพยานบุคคล
เช่น บิดามารดา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนบ้าน เพื่อให้ได้ความจริงเสียก่อน
กฎหมายได้กำหนดไว้ว่า
บิดาจะจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายได้ต่อเมื่อ ได้รับความยินยอมของเด็กและมารดาเด็ก
ดังนั้น เด็กและมารดาเด็กต้องให้ความยินยอมในการจดทะเบียนทั้งสองคน
ซึ่งอาจมาให้ความยินยอมต่อหน้านายทะเบียนก็ได้ ในกรณีที่เด็กและมารดาไม่ได้มาให้ความยินยอมต่อหน้านายทะเบียน
ให้นายทะเบียนแจ้งการขอจดทะเบียนไปยังเด็กและมารดา ถ้าทั้งสองคนไม่คัดค้านหรือไม่ให้ความยินยอมภายใน
60 วันนับแต่ได้รับแจ้ง (ถ้าเด็กและมารดาอยู่ต่างประเทศให้ขยายเวลาเป็น
180 วัน)ให้สันนิษฐานว่าเด็กหรือมารดาเด็กไม่ให้ความยินยอม
3.มีคำพิพากษาของศาลว่าเป็นบุตร กรณีที่เด็กหรือมารดาเด็กคนใดคนหนึ่งคัดค้านว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่ใช่บิดา
หรือไม่ให้ความยินยอมหรือไม่อาจให้ความยินยอมได้ เช่น เด็กเป็นผู้เยาว์ไร้เดียงสา
มารดาเด็กถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นต้น การจดทะเบียนรับรองบุตรต้องมีคำพิพากษาของศาล
เมื่อศาลได้พิพากษาให้บิดาจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรแล้ว บิดาก็สามารถนำคำพิพากษาไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนต่อไป
นอกจากนี้ยังมีกรณี
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
ซึ่งมีได้เฉพาะกรณี
1.เมื่อมีการข่มขืนกระทำชำเรา ฉุดคร่า
หรือหน่วงเหนี่ยวกักขังหญิงอย่างผิดกฎหมาย
2.เมื่อมีการลักพาหญิงไปในทางชู้สาว
หรือมีการล่อลวงร่วมประเวณีกับหญิง
3.เมื่อมีเอกสารของบิดาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเด็กคนนั้นเป็นบุตรของตน
4.เมื่อปรากฏในทะเบียนคนเกิดหรือสูติบัตรว่าเด็กเป็นบุตร
โดยมีหลักฐานว่าบิดาเป็นผู้แจ้งการเกิดหรือรู้เห็นยินยอมในการแจ้งนั้น
5.เมื่อบิดามารดาได้อยู่กินกันอย่างเปิดเผย
6.เมื่อมีการร่วมประเวณีกับหญิงในระยะเวลาที่หญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้
และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเด็กนั้นมิใช่บุตรของชายอื่น
7.เมื่อมีพฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเด็กเป็นบุตรของชาย
ซึ่งพิจารณาข้อเท็จจริงที่แสดงความเกี่ยวข้องฉันพ่อลูก เช่น การส่งเสียให้เล่าเรียน
ให้การอุปการะเลี้ยงดู หรือยอมให้ใช้นามสกุลของชาย
เรียบเรียงโดย คุณพิทยา ลำยอง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
กลับหน้าหลัก
|