หมิ่นประมาท
โบราณว่า "ก่อนพูด...
เราเป็นนายของคำพูด แต่ถ้าพูดออกไปแล้ว... คำพูดเป็นนายเรา"
ถ้าพูดดีก็ดีไป แต่ถ้าพูดไม่ดีโอกาสเดือดร้อนมีมากทีเดียว
การทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิต
ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
กฎหมายถือว่าเป็นการละเมิด ในทางแพ่งผู้ที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิด
และถ้าหากการทำละเมิดนั้นเข้าองค์ประกอบของความผิดทางอาญาด้วย ผู้ทำละเมิดยังจะต้องรับผิดและรับโทษในทางอาญาอีกด้วย
การหมิ่นประมาทผู้อื่นย่อมทำให้ผู้อื่นนั้นได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียง
จึงเป็นการละเมิดในทางแพ่งเสมอ ไม่ว่าผู้หมิ่นประมาทจะทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็ตาม
แต่อาจเป็นความผิดในทางอาญาด้วย ถ้าผู้กระทำได้ทำโดยเจตนาเพราะการทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงโดยไม่เจตนาไม่เป็นความผิดในทางอาญา
เช่น การกล่าวข้อความหรือแพร่ข่าวอันเป็นเท็จ โดยผู้กระทำไม่มีเจตนาจนเกิดความเสียหาย
แก่ชื่อเสียงของคนอื่น
ผู้กระทำจะต้องชดใช้ค่าเสียหายใดๆ
อันเกิดแต่การนั้น แม้มิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง ส่วนจะเป็นความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่
ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้กระทำเป็นสำคัญ ถ้าทำโดยเจตนาย่อมเป็นความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาทด้วย
นอกจากความผิด "ฐานหมิ่นประมาท"
แล้ว ยังมีความผิดอีกฐานหนึ่งที่มักจะได้ยินกันเสมอๆ
คือ "การดูหมิ่นซึ่งหน้า"
หมิ่นประมาทคือ
การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 โดยทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง
ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง โดยกฎหมายอาญา มาตรา 326 บัญญัติว่า
ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง
ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนการดูหมิ่นคือ
บุคคลอื่นซึ่งทำการด่าทอหรือเหยียดหยามผู้นั้นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา
มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน
1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความแตกต่างระหว่างดูหมิ่นกับหมิ่นประมาท
มีดังนี้
1. ดูหมิ่นซึ่งหน้า เป็นการดูหมิ่นผู้ที่ถูกดูหมิ่น
และกระทำต่อหน้า ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีบุคคลที่สามอยู่ด้วย หากมีการดูหมิ่นซึ่งหน้าแล้วถือเป็นความผิดสำเร็จทันที
แต่หมิ่นประมาทนั้นจะต้องเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ถ้าไม่มีบุคคลที่สามมารับรู้การกระทำอันเป็นการหมิ่นประมาทนั้นก็ถือว่าไม่ครบองค์ประกอบความผิด
ผู้กระทำจะไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
2. ดูหมิ่นซึ่งหน้า คำด่าที่เป็นคำหยาบที่เป็นการเหยียดหยาม คำหยาบคายไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาท
เนื่องจากไม่เป็นการลดคุณค่าทางสังคมของผู้ถูกหมิ่นประมาทลงมา
เช่น คำหยาบ" ไอ้เหี้ย ... ไอ้สัตว์ " เป็นต้น ไม่ว่าจะหยาบอย่างไร
ก็เป็นเพียงคำหยาบคายเท่านั้น แต่คำสุภาพบางคำเป็นหมิ่นประมาท
เช่น พูดกับคนอื่นว่าเจ้าพนักงานคนนี้รับเงินใต้โต๊ะจึงจะทำงานให้
จะเห็นว่าไม่มีคำหยาบคายเลย แต่ทำให้เจ้าพนักงานคนนั้นถูกมองว่าเป็นคนทุจริต
เช่นนี้เป็นความผิดสำเร็จแล้ว
3. ความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นแม้กระทำต่อผู้ตาย
แต่ก็ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทต่อบิดา มารดา บุตร หรือภรรยาของผู้ตายด้วย
ในส่วนนี้ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าไม่อาจมีได้ เนื่องจากผู้ตายได้ตายไปแล้ว
การไปด่าผู้ตายโดยที่ไม่มีบุคคลที่สามอยู่ด้วยนั้นไม่เป็นความผิดฐานนี้
กฎหมายอาญามาตรา 327 กำหนดว่าผู้ใดใส่ความผู้ตายต่อบุคคลที่สาม
และการใส่ความนั้นน่าจะเป็นเหตุให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง
ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นกัน
4. ความผิดฐานหมิ่นประมาทมีโทษบทหนัก
คือ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ทำให้ข้อความที่หมิ่นประมาทนั้นกระจายสู่บุคคลที่สามในลักษณะเป็นวงกว้าง
ความผิดจะหนักขึ้น แต่ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าไม่มีบทหนัก กฎหมายอาญามาตรา
328 กำหนดว่าถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร
ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าโดยวิธีใดๆ
แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยกระจายเสียง
หรือการกระจายภาพ หรือกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ช่วงนี้คนที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงหันมาเป็นนักเขียนออกหนังสือกันมาก
ไม่ว่าจะเป็นหนังสือชีวิตตนเอง บทเขียนต่างๆ ที่ปรากฏในหนังสืออาจจะมีการพาดพิงไปถึงบุคคลที่สามได้
แต่การพาดพิงถ้าเป็นไปในทางที่เสียหายถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องจริง
หรืออาจจะจริงบางส่วนก็ตาม เช่น เขียนไปว่าคนนี้เป็นเมียน้อยคนนั้น
คนนั้นเป็นเมียน้อยคนนี้ หรือว่าคนนี้นิสัยไม่ดีขี้โกง ซึ่งการเขียนแบบนี้อาจจะทำให้คนที่อ่านรู้สึกเกลียดชังบุคคลที่โดนพาดพิงถึงได้
หนังสือที่ตีพิมพ์ออกไปนั้นออกวางจำหน่ายทั่วประเทศ
ถ้าผู้เสียหายไปเปิดอ่านเจอที่ใด เขาสามารถแจ้งความได้ที่โรงพักที่พบเห็นข้อความนั้นได้ทันที
เทคโนโลยียุคนี้ก้าวหน้ามากทั้งภาพนิ่ง
ภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้ กล้องดิจิตอล
กล้องวิดีโอ การติดกล้องแอบถ่าย ภาพหวิวผู้อื่นไม่ว่าจะเก็บไว้ดูเองหรือจำหน่ายจ่ายแจก
มีความผิดทางแพ่งข้อหาละเมิดสิทธิ จงใจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย
และหากมีการก๊อบปี้ขายก็เป็นการทำการค้าหรือช่วยให้แพร่หลายสิ่งของลามก
จะผิดทางอาญาด้วย โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยังเป็นความผิดได้อีกข้อหาหนึ่งคือ
หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
แต่ในเรื่องหมิ่นประมาท กฎหมายอาญามาตรา
330 กำหนดว่า ในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
พิสูจน์ได้ว่าข้อหาที่ว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
แต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์ ถ้าข้อหาที่ว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว
และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
ดังนั้น ถ้าผู้กระทำผิดพิสูจน์ได้ว่าเรื่องราวที่กล่าวมาแล้วเป็นความจริง
ผู้นั้นมีความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ แต่ก็มีข้อห้ามอีกว่าห้ามพิสูจน์หากข้อความที่ถูกหาว่าเป็นการหมิ่นประมาทนั้น
เป็นการใส่ความเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
เช่นนี้ไม่ต้องพิสูจน์ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริงก็ตาม เพราะถึงมีการพิสูจน์ออกมาว่าเป็นเรื่องจริงก็เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทอยู่ดี
ความผิดฐานหมิ่นประมาท มีทั้งเหตุยกเว้นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา
329 ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต
1.เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนเองหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
หรือ
2. ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่ หรือ
3. ติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ
หรือ
4. ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
ซึ่งถ้าเป็น 4 กรณีนี้จะไม่ถือเป็นความผิดเลย
ทุกวันนี้นักข่าวที่เสนอข่าวด้วยความคิดเห็นสุจริตด้วยความเป็นธรรมก็ใช้เงื่อนไขนี้ป้องกันตัวเอง
แต่ไม่ใช่จะเสนอข่าวได้ทุกอย่างโดยมีมาตรานี้ป้องกัน ต้องดูเป็นกรณีๆ
ไป
แต่การดูหมิ่นซึ่งหน้า
ไม่มีเหตุยกเว้นความผิด เพราะฉะนั้นไม่ต้องพิสูจน์ว่าข้อความนั้นจริงหรือไม่
หรือว่าเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าเป็นดูหมิ่นซึ่งหน้าแล้วถือว่าเป็นความผิดเลยไม่ต้องมาพิสูจน์กันอีก
5. การดูหมิ่นซึ่งหน้าเป็นความผิดลหุโทษซึ่งมีโทษเบากว่าคือ
โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน
1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการหมิ่นประมาทโทษจะมากกว่า
แต่การพยายามกระทำความผิดลหุโทษไม่เป็นความผิด
อย่างไรก็ตาม ความผิดในเรื่องของการหมิ่นประมาทนี้
เป็นความผิดอันยอมความได้
ทางที่ดีเวลาจะพูดจากับใคร หรือจะขีดเขียนข้อความอะไรลงไป
อย่ามัวแต่คิดจะเอามันเข้าว่าเพื่อเพิ่มยอดขาย
ควรจะตระหนักและคำนึงถึงความเสียหายของบุคคลอื่นด้วยนะครับ
อย่าถือว่ากฎหมายเปิดช่องให้ยอมความกันได้แล้วจะรอดตัว เพราะถ้าผู้เสียหายเขาไม่ยอมความขึ้นมา
โอกาสติดคุกก็ยังมีนะครับ
เรียบเรียงโดย : คุณพิทยา ลำยอง 9 ต.ค 49
กลับหน้าหลัก
|