การขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
ในสมัยก่อนเรื่องของการที่จะรับเอาเด็กมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมสักคนไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรเลย
ขั้นตอนง่ายๆไม่สลับซับซ้อน จึงเป็นช่องทางให้คนร้ายสวมรอยเข้ามาหาประโยชน์จากตัวเด็ก
เช่น การล่อลวงซื้อตัวเด็กเพื่อส่งไปขายให้ชาวต่างชาติที่ไม่มีลูกฯลฯ
แต่ปัจจุบันมีการแก้ไขปัญหาโดยการออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิของเด็กหลายฉบับ
วางหลักเกณฑ์และเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมให้รัดกุมมากขึ้น
หลักเกณฑ์ของผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมและผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
1. ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า
25 ปี และต้องมีอายุแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15
ปี
2. ผู้เป็นบุตรบุญธรรมที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ต้องให้ความยินยอมด้วย
3. กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมจาก
-
พ่อและแม่กรณีที่มีทั้งพ่อและแม่
-
พ่อหรือแม่ กรณีที่แม่หรือพ่อตายหรือถูกถอนอำนาจการปกครอง
-
ถ้าไม่มีผู้มีอำนาจผู้ให้ความยินยอม
หรือกรณีพ่อหรือแม่ไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุผลสมควร ให้อีกฝ่ายหนึ่งหรือผู้ที่จะขอรับบุตรบุญธรรม
หรืออัยการจะร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมแทนการให้ความยินยอมก็ได้
ถ้าผู้เยาว์ถูกทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ หรือสถาบันซึ่งทางราชการหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรับรองในการจัดตั้งขึ้น
หรืออยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบุคคลใดมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1
ปี ต้องได้รับความยินยอมของผู้รับผิดชอบในกิจการสถานสงเคราะห์หรือของบุคคลดังกล่าว
4. ผู้จะรับบุตรบุญธรรม หรือผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
ถ้ามีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน
แต่ในกรณีที่คู่สมรสไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้
หรือไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
1 ปี ต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้น
5. ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่ จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้
เว้นแต่จะเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น
ขั้นตอนในการติดต่อขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะ
กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์
-
คณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
จะต้องทำการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ความสามารถที่จะเลี้ยงดูเด็ก ดูสภาพความเป็นอยู่ ฯลฯ จากนั้นจึงจะออก
"หนังสืออนุมัติจากคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม"
-
ผู้ที่รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพมหานคร(รวมทั้งชาวต่างประเทศ)
ให้ยื่นคำขอ ณ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (กรมประชาสงเคราะห์)
และสำหรับผู้มีภูมิลำเนาในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน
ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือที่ทำการประชาสงเคราะห์จังหวัด
พร้อมหนังสือยินยอมจากบุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอม
-
ชาวต่างประเทศที่มีภูมิลำเนาถาวรอยู่ในต่างประเทศ
ให้ยื่นคำขอผ่านหน่วยงานประชาสงเคราะห์หรือ องค์การสังคมสงเคราะห์ที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมายให้ดำเนินการในเรื่องบุตรบุญธรรม
-
เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้วให้ผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนดังกล่าว
-
ผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส
ต้องนำคู่สมรสมาให้ความยินยอม
-
เด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม อายุไม่ต่ำกว่า
15 ปี ต้องลงนามในช่องผู้ร้องขอจดทะเบียน ด้วย
ประโยชน์ที่เกิดจากการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
- ผู้เป็นบุตรบุญธรรมมีสิทธิ์ใช้ชื่อสกุล
และมีสิทธิ์รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิ์รับมรดกของบุตรบุญธรรม
- ผู้รับบุตรบุญธรรม มีอำนาจปกครองให้ความอุปการะเลี้ยงดูบุตรบุญธรรม
และ ถือว่าบุตรบุญธรรมเป็นผู้สืบสันดานของผู้รับบุตรบุญธรรมเสมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
นับแต่วันจดทะเบียน
- พ่อแม่โดยกำเนิด หมดอำนาจปกครองนับแต่วันจดทะเบียน
แต่ไม่ขาดจากการเป็นพ่อแม่และบุตรบุญธรรมไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่กำเนิดมา
เรียบเรียงโดย คุณพิทยา ลำยอง
|