ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ถูกควบคุมแล้ว...!!!
เดิมทีบริษัทที่ทำธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
ส่วนใหญ่ทำสัญญาเอาเปรียบผู้บริโภคตลอดมา แต่มาบัดนี้ปัญหาดังกล่าว
มีการแก้ไขให้เป็นธรรมขึ้นบ้าง มาตรการที่ออกมาพอจะช่วยทำให้ผู้เช่าซื้อ
ผ่อนคลายความเดือดร้อนได้บ้างช่วงประมาณปลายปี 2543 คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาได้มีประกาศ
เรื่อง ให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา
ซึ่งประกาศฉบับนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่
1 กันยายน 2543 เป็นต้นไป สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1.ผู้ประกอบธุรกิจต้องระบุสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ว่าเป็นรถใหม่หรือรถใช้แล้ว
2.ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับภาระผูกพัน(ถ้ามี)ไว้ในสัญญา
3.เมื่อผู้เช่าซื้อชำระเงินครบถ้วนตามสัญญารวมทั้งเงินอื่นใด
ผู้ให้เช่าซื้อต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อได้รับเอกสารที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียนในโอนกรรมสิทธิ
4.ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ
3 งวดติดๆกัน และผู้ให้เช่าซื้อจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามผู้เช่าซื้อให้ชำระเงิน
งวดที่ค้างชำระอย่างน้อย 30 วัน หากผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้วไม่ปฎิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น
ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
5.หากผู้ให้เช่าซื้อได้ยึดทรัพย์สินที่เช่าซื้อมาแล้ว
ก่อนที่ผู้ให้เช่าซื้อจะจำหน่ายทรัพย์สินที่เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่น
ผู้ให้เช่าซื้อต้องแจ้ง ให้ผู้เช่าซื้อทราบเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
7 วัน
6.หากเกิดความชำรุดบกพร่อง ผู้เช่าซื้อสามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไข
การรับประกัน ของรถยนต์หรือจักรยาน ยนต์ที่เช่าซื้อจากผู้ขายหรือผู้ผลิตได้โดยตรง
7.ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าติดตามทวงถาม
ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆกรณีผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ หรือผู้ให้เช่าซื้อกลับเข้าครอบครอง
รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อ เนื่องจากผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญา
8.การจำกัดความรับผิด สำหรับกรณีดังต่อไปนี้
8.1.การเสียภาษอากร ห้ามใช้สัญญาที่เป็นการผลักภาระให้ผู้เช่าซื้อเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม
ค่าภาษีอากร หรือเงินอื่นใด
8.2.การคิดเบี้ยปรับ กรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อหรือเงินอื่นใด
ผู้ให้เช่าซื้อจะกำหนดเบี้ยปรับเกินอัตราดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าชั้นดีรายย่อยของธนาคารกรุงไทย
จำกัด(มหาชน) บวกสิบ (MRR + 10) ต่อปี ของจำนวนเงิน ที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระไม่ได้
8.3.การเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกัน ห้ามผู้ให้เช่าซื้อเรียกให้ผู้เช่าซื้อเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกัน
เว้นแต่กรณีผู้ค้ำประกันตาย หรือศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เป็นบุคคลล้มละลาย
หรือเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
9.การยึดทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ถ้าทรัพย์สินที่เช่าซื้อเกิดสูญหาย
ถูกทำลาย ถูกยึด ถูกริบ โดยมิใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ห้ามใช้ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อรับผิดชำระคาเช่าซื้อให้ครบถ้วนตามสัญญา
เรียบเรียงโดย คุณพิทยา ลำยอง
กลับหน้าหลัก
|