รวมมิตรกฎหมาย

อิสระแห่งความคิด ติดอาวุธทางปัญญา รักษาความเป็นธรรม

Ruammitra Law

" รวมมิตรกฎหมาย" ได้จัดทำ "หนังสือทำมือ" ขนาดพ๊อกเก็ตบุ๊ก 2 เล่ม คือ
"สาระกฎหมายน่ารู้"
และ "เล่าสู่กันฟัง"

เป็นหนังสือที่มีคุณค่าเหมาะแก่การเรียนรู้ด้วยตนเอง เก็บสะสม
หรือนำไปมอบเป็นของขวัญแก่บุคคลใดๆ ในวาระสำคัญต่างๆ ได้เป็นอย่างด
 (รายละเอียดการสั่งซื้อ)

สาระกฎหมายใกล้ตัว
 

ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ถูกควบคุมแล้ว...!!!

เดิมทีบริษัทที่ทำธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่ทำสัญญาเอาเปรียบผู้บริโภคตลอดมา แต่มาบัดนี้ปัญหาดังกล่าว มีการแก้ไขให้เป็นธรรมขึ้นบ้าง มาตรการที่ออกมาพอจะช่วยทำให้ผู้เช่าซื้อ ผ่อนคลายความเดือดร้อนได้บ้างช่วงประมาณปลายปี 2543 คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาได้มประกาศ เรื่อง ให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งประกาศฉบับนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2543 เป็นต้นไป สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.ผู้ประกอบธุรกิจต้องระบุสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ว่าเป็นรถใหม่หรือรถใช้แล้ว

2.ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับภาระผูกพัน(ถ้ามี)ไว้ในสัญญา

3.เมื่อผู้เช่าซื้อชำระเงินครบถ้วนตามสัญญารวมทั้งเงินอื่นใด ผู้ให้เช่าซื้อต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อได้รับเอกสารที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียนในโอนกรรมสิทธิ

4.ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดๆกัน และผู้ให้เช่าซื้อจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามผู้เช่าซื้อให้ชำระเงิน งวดที่ค้างชำระอย่างน้อย 30 วัน หากผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้วไม่ปฎิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้

5.หากผู้ให้เช่าซื้อได้ยึดทรัพย์สินที่เช่าซื้อมาแล้ว ก่อนที่ผู้ให้เช่าซื้อจะจำหน่ายทรัพย์สินที่เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่น ผู้ให้เช่าซื้อต้องแจ้ง ให้ผู้เช่าซื้อทราบเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน

6.หากเกิดความชำรุดบกพร่อง ผู้เช่าซื้อสามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไข การรับประกัน ของรถยนต์หรือจักรยาน ยนต์ที่เช่าซื้อจากผู้ขายหรือผู้ผลิตได้โดยตรง

7.ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าติดตามทวงถาม ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆกรณีผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ หรือผู้ให้เช่าซื้อกลับเข้าครอบครอง รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อ เนื่องจากผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญา

8.การจำกัดความรับผิด สำหรับกรณีดังต่อไปนี้

8.1.การเสียภาษอากร ห้ามใช้สัญญาที่เป็นการผลักภาระให้ผู้เช่าซื้อเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม ค่าภาษีอากร หรือเงินอื่นใด
8.2.การคิดเบี้ยปรับ กรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อหรือเงินอื่นใด ผู้ให้เช่าซื้อจะกำหนดเบี้ยปรับเกินอัตราดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าชั้นดีรายย่อยของธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) บวกสิบ (MRR + 10) ต่อปี ของจำนวนเงิน ที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระไม่ได้
8.3.การเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกัน ห้ามผู้ให้เช่าซื้อเรียกให้ผู้เช่าซื้อเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกัน เว้นแต่กรณีผู้ค้ำประกันตาย หรือศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

9.การยึดทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ถ้าทรัพย์สินที่เช่าซื้อเกิดสูญหาย ถูกทำลาย ถูกยึด ถูกริบ โดยมิใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ห้ามใช้ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อรับผิดชำระคาเช่าซื้อให้ครบถ้วนตามสัญญา

เรียบเรียงโดย คุณพิทยา ลำยอง

กลับหน้าหลัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์

หากต้องการคัดลอกบทความ กรุณาติดต่อ Ruammitra@Yahoo.com

: Webmaster :



Free web hostingWeb hosting