รวมมิตรกฎหมาย

อิสระแห่งความคิด ติดอาวุธทางปัญญา รักษาความเป็นธรรม

Ruammitra Law

" รวมมิตรกฎหมาย" ได้จัดทำ "หนังสือทำมือ" ขนาดพ๊อกเก็ตบุ๊ก 2 เล่ม คือ
"สาระกฎหมายน่ารู้"
และ "เล่าสู่กันฟัง"

เป็นหนังสือที่มีคุณค่าเหมาะแก่การเรียนรู้ด้วยตนเอง เก็บสะสม
หรือนำไปมอบเป็นของขวัญแก่บุคคลใดๆ ในวาระสำคัญต่างๆ ได้เป็นอย่างด
 (รายละเอียดการสั่งซื้อ)

สาระกฎหมายใกล้ตัว
 

ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์

ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ มนุษย์ได้คิดค้นนวัตรกรรมใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน แม้แต่ "เงินตรา" ซึ่งนับถือกันว่าเป็นพระเจ้า ก็ยังมีการเปลี่ยนรูปลักษณ์จากกระดาษธนบัตรกลายมาเป็นการ์ดแข็งๆเพียงใบเดียวแต่ทรงคุณค่ามหาศาล ภาษาทางการเรียกว่า "บัตรอิเล็กทรอนิกส์" ที่ชาวบ้านเรียกว่าบัตรเครดิต ,บัตรเอทีเอ็ม ที่เราทุกคนรู้จักคุ้นเคยและกลัดกลุ้มกับมันอยู่ทุกวันนี้

บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสิ่งใหม่ในสังคมที่เกิดขึ้นมานานหลายปี แต่กฎหมายอาญายังมิได้มีการบัญญัติคำจำกัดความและลักษณะของความผิดให้ครอบคลุมชัดเจน ดังนั้นจึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามและความผิดในกฎหมายอาญา และใหมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2547 เป็นต้นไป

"บัตรอิเล็กทรอนิกส์" หมายความว่า เอกสารหรือวัตถุไม่ว่าจะมีรูปร่างใดที่ออกให้ผู้มีสิทธิใช้ จะระบุชื่อหรือไม่ก็ตาม โดยบันทึกข้อมูลด้วยวิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใด รวมถึงการใช้วิธีการทางแสงหรือทางแม่เหล็กให้เกิดข้อความตัวอักษร ตัวเลข รหัส หมายเลขบัตรทั้งที่สามารถมองเห็นหรือมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และข้อมูล รหัส หมายเลขบัญชี หมายเลขชุดทางอิเล็คทรอนิกส์หรือเครื่องมือทางตัวเลขโดยมิได้ออกเอกสารให้

ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็คทรอนิกส์ กฎหมายเขียนการกระทำที่เป็นความผิดไว้ว่า

  • ผู้ใดทำบัตรอิเล็คทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไข ในบัตรที่แท้จริงอันน่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น เพื่อให้คนอื่นหลงเชื่อว่าเป็นบัตรอิเล็คทรอนิกส์ที่แท้จริง ผิดฐานปลอมบัตรอิเล็คทรอนิกส์ ต้องจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท - 100,000 บาท
  • ผู้ใดใช้หรือมีไว้เพื่อใช้บัตรอิเล็คทรอนิกส์โดยรู้ว่าเป็นของที่ปลอมขึ้นมา ต้องจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 7 ปี หรือปรับ 20,000 บาท -140,000 บาท
  • ผู้ใดใช้บัตรอิเล็คทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
  • ผู้ใดทำหรือมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลง หรือสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอมแปลง ต้องจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท - 100,000 บาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2551 (เกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย ป.อ. มาตรา 91 , ป.วิ.อ. มาตรา 212)

จำเลยลักบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปจากผู้เสียหาย แล้วนำไปลักเงินของผู้เสียหายโดยผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ ทรัพย์ที่จำเลยลักเป็นทรัพย์คนละประเภทและเป็นความผิดสำเร็จในตัวต่างกรรมต่างวาระ และอาศัยเจตนาแตกต่างแยกจากกันได้ ดังนั้น การลักบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปจากผู้เสียหายกับลักเงินของผู้เสียหายโดยใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์เบิกถอนเงินผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติในแต่ละครั้ง จึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน

แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าการกระทำแต่ละครั้งดังกล่าวเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นตาม ป.วิ.อ. มาตรา 269/5 ประกอบมาตรา 269/7 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด และโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษ ศาลฎีกาจึงไม่อาจลงโทษจำเลยรวม 14 กระทงได้ เพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225

แม้บัตรอิเล็คทรอนิกส์ เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ก็มีโทษไม่น้อยเช่นกัน หากเป็นบัตรเครดิตก็อาจทำให้ท่านเสียนิสัย ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัว หากเป็นบัตรเอทีเอ็มของเราเองก็ระวังเลขรหัสให้ดีอย่าเขียนรวมไว้ที่เดียวกับบัตร มิเช่นนั้นท่านอาจต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าได้นะครับ ดังนั้น ท่านที่มีบัตรอิเล็คทรอนิกส์ต้องระวังกันให้ดีเวลาไปใช้บัตร เพราะท่านอาจถูกคัดลอกข้อมูลโดยมิจฉาชีพได้ พวกนี้มีอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยมากนัก

เรียบเรียงโดย : พิทยา ลำยอง 9 ก.พ.48

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์

หากต้องการคัดลอกบทความ กรุณาติดต่อ Ruammitra@Yahoo.com

: Webmaster :



Free web hostingWeb hosting